โปรแกรมศัลยกรรมเสริมหน้าอก

ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อปรับขนาด และรูปทรงของเต้านมให้ได้สัดส่วนที่เหมาะสมกับรูปร่างและความต้องการของแต่ละบุคคล ทั้งในกรณีของการเสริมหน้าอกครั้งแรก การแก้ไขภาวะเต้านมหย่อนคล้อย หรือการปรับรูปทรงหน้าอกจากสาเหตุทางกายภาพปัจจุบันการเสริมหน้าอกสามารถทำได้อย่างปลอดภัย ภายใต้การดูแลของศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และด้วยการเลือกใช้วัสดุคุณภาพ

Full (พุ่งมาก)

หน้าอกดูชัดเจน เต็มทรง เหมาะกับผู้
ที่ต้องการลุคโดดเด่น

Mini (พุ่งน้อย)

เหมาะกับรูปร่างเล็ก หรือผู้ที่ต้องการลุคละมุน
แบบธรรมชาติ

Demi (พุ่งกลาง)

ทรงที่นิยมมากที่สุด ให้ลุคเป็นธรรมชาติ
สมดุลกับรูปร่าง

ลักษณะฐานของโปรแกรมเสริมหน้าอก

วิธีการผ่าตัดเสริมหน้าอก

การผ่าตัดสามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปมี 3 แนวทาง หลักในการเปิดแผล ได้แก่

แผลใต้รักแร้ (Transaxillary Approach)

เป็นวิธีที่ช่วยซ่อนรอยแผลได้ดี เนื่องจากแผลจะอยู่บริเวณรอยพับของรักแร้ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีแนวโน้มเป็นคีลอยด์อาจมีแผลนูน และอาจเกิดอาการบวมเจ็บมากกว่าวิธีอื่น

แผลที่ปานนม (Periareolar Approach)

ทำการกรีดครึ่งวงกลมที่ฐานปานนม เหมาะสำหรับผู้ที่มีปานนมขนาด พอเหมาะ ช่วยลดอาการบวมช้ำ และรอยแผลสามารถกลืนไปกับสีของผิว รอบปานนมได้เป็นอย่างดี

แผลใต้ราวนม (Inframammary Fold Approach)

วิธีที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากสามารถควบคุมตำแหน่งซิลิโคนได้แม่นยำ ห้ามเลือดได้ดี และช่วยให้ทรงหน้าอกเข้ารูปเร็ว บวมน้อย

ประเภทของโปรแกรมศัลยกรรมเสริมหน้าอก

แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่

ศัลยกรรมยกกระชับหน้าอก (Breast Lift)

เป็นการศัลยกรรมเพื่อแก้ปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อย โดยการตัดหนังส่วนเกิน ปรับเนื้อเยื่อ และยกตำแหน่งหัวนมให้เต่งตึงเข้ารูปมากขึ้น นอกจากนี้ ยังสามารถทำร่วมกับการเสริมซิลิโคนเพื่อเพิ่มขนาดได้

ศัลยกรรลดขนาดปานนม

เป็นการผ่าตัดเพื่อลดขนาดของลานนม (Areola) ที่มีขนาดใหญ่เกินไป ซึ่งอาจเกิด จากกรรมพันธุ์ การให้นมบุตร หรือการลดน้ำหนัก ใช้ระยะเวลาผ่าตัดประมาณ 30-60 นาที และพักฟื้น 1-2 วัน

การเสริมหน้าอกแบบดึงกระชับ ร่วมด้วย

ในกรณีที่ผู้ป่วยมีภาวะหน้าอกหย่อนคล้อยมาก เช่น หลังคลอดบุตร หรือลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว แพทย์อาจแนะนำให้ทำการ ยกกระชับ หน้าอก ร่วมกับการเสริมซิลิโคน โดยจะมีการตัดเนื้อเต้านม และผิวหนังส่วนเกิน พร้อมจัดตำแหน่งหัวนมใหม่ เพื่อให้หน้าอกดู เต่งตึง และได้รูปตามธรรมชาติ

วัสดุที่ใช้ในการเสริมคาง

วัสดุที่ใช้ในการเสริมคางโดยทั่วไปคือ ซิลิโคนเกรดทางการแพทย์ (Medical Grade Silicone) ซึ่งเป็นวัสดุที่มีความปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดการต่อต้านจากร่างกาย สามารถอยู่ในร่างกายได้ถาวร และสามารถถอดออกหรือปรับเปลี่ยนได้หากจำเป็น

Mentor

แบรนด์จากสหรัฐอเมริกา ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (FDA) มีให้เลือกทั้งผิวเรียบ ผิวทราย และรูปทรงกลม/หยดน้ำ

Motiva

ซิลิโคนเทคโนโลยีใหม่จากอเมริกา มีรุ่น Silk (ไม่มีชิพ) และ Ergonomix (มีชิพ) โดดเด่นเรื่องความยืดหยุ่นสูง และพื้นผิวนาโนกำมะหยี่

Scroll to Top